ยึ ด มาก ติ ด มาก จึง ทุ ก ข์ มาก ไม่ยึด ไม่ติด จึงไม่ ทุ ก ข์ ข้ อคิ ดคำส อ น โดย ท่าน ว วชิรเมธี

ยึ ด มาก ติ ด มาก จึง ทุ ก ข์ มาก ไม่ยึด ไม่ติด จึงไม่ ทุ ก ข์ ข้ อคิ ดคำส อ น โดย ท่าน ว วชิรเมธี

ที่ใดมีความถือมั่น ที่นั่นก็มีความ ทุ ก ข์ โดย ท่าน ว วชิรเมธี

สัพเพ ธัมมานาลัง อะภินิเวสายะ

ใดใดในโลกอันบุคคลไม่ควรยึ ด ติ ดถือมั่นทำไมจึงไม่ควรยึ ดติ ดถือมั่น เพร าะที่ใดมีความถือมั่น ที่นั่นก็มีความ ทุ ก ข์

ความ ทุ ก ข์ ข ย าย ตัวตามระดับความเข้มข้นของความยึ ดติ ด

ยึ ดมาก ติ ดมาก จึง ทุ ก ข์ น้อย ไม่ยึ ด ไม่ติ ด จึงไม่ ทุ ก ข์

ความไม่ยึ ดติ ดถือมั่น กล่ าวอีกอย่างหนึ่งว่า ความปล่อยวาง

ทำไมจึงต้องปล่อยวาง เพร าะทุกอย่าง มีความว่าง มาแต่เดิม คนที่ห ล ง กอด ความว่าง โดยคิดว่าเป็น ความมี ทำไมจะไม่ทุ กข์ พระบวชใหม่รูปหนึ่ง เดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ ขณะเดินสำรวมก้มหน้ าแต่พอประมาณ

เพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั้นเอง จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งใส่สูท ผูกเนคไท สวมแว่นต าดำเดินเข้ามาหาท่าน พร้อมทั้งชี้หน้ าด่ าท่าน อย่ างส าด เ สี ย เ ท เ สี ย

พระรูปนั้นตกตะลึง รีบเดินหนี แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว แต่เสียงด่ าของเขายังคงก้อง อยู่ในโ ส ต ป ร ะ ส า ท ของท่านอ ย่ างชัดถ้อยชัดคำ

เมื่อกลับถึงวัด พลันที่คิดถึงเ ห ตุ ก ารณ์ ที่ตนถูกชี้หน้ าด่ ากลางฝูงชน พระหนุ่มก็รู้สึก โ ก ร ธ จ นหน้ าแดงก่ำ ยิ่งคิดต่อไปว่าชายคนนั้นมา ชี้ หน้ า ด่ า ตน

ซึ่งเป็นพระและตนเองก็จำได้ว่า ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ก็ยังไม่เคยทำอะไร ผิ ด คิดมาถึงขั้นว่า ต นไม่ ผิ ด แต่ทำไมตนต้องถูกด่า ยิ่ง เ จ็ บ ยิ่ง แ ค้ น

วันที่ท่านถูกด่ ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์ แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่ห าย โ ก ร ธ เช้าวันจันทร์นั้น พระบวชใหม่ป ร ะ คองบาตร เดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม ท่านพย าย ามสอดส่ายสาย ต า มองหาชายคนเดิม

ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องถามให้รู้เรื่อง ว่าเ ห ตุจึงมา ชี้หน้ าด่ าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ยิ่งพย าย ามค้นหา กลับยิ่งไม่พอ ท่านจึงเดินสำรวจรับอาหารบิณฑบาตต่อไป

จนได้อาหารเต็มบาตรแล้วจึงเดินกลับวัด ร ะหว่างทางกลับวัด โดยไม่ค าดฝั น พระหนุ่มทอดสาย ต า ไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท ผูกเทคไท ใส่แว่นตาดำ ท่านอุ ท านในใจว่า

อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ ด่ า ฉันเมื่อวันศุกร์ ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้น นอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ข้างๆ ตัวเขามีขวด เ ห ล้ า ล้มกลิ้งอยู่

พอท่านพย าย ามเดินเข้าไปมองใกล้ๆ เขาจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นกล้า บัดนี้ พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธย า อีกครั้งหนึ่งแล้วก ร ะนั้นหรือ

ว่าแล้วก็ลุกขึ้นรำเฉิบๆ พลันที่ท่านประเมินว่าชายแต่งตัวดี คนที่ชี้หน้า ด่ า ท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เป็นคนบ้ าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดีเท่านั้นเอง ความ โ ก ร ธ ที่ก่อตัวเป็นเมฆดำท ะ มึ น

อยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวัน ก็พลัน อั น ต ร ธ า น ไปอ ย่ างง่ายดายชนิดไร้ร่องรอย ทำไม เราจึงปล่อยวางต่อคน บ้ า ได้ง่ายดายเหลือเกิน แต่กับคนปกติทำไม เราจึงมีความรู้สึกว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว ใยเราจึงไม่ปล่องวาง สิ่งต่างๆที่เราแบกไว้ในใจ ปล่อยมันไปเสียบ้าง 

ใครจะทำอะไรเรา จะว่าอะไรเรา ก็คิดเสียว่า เป็นคนบ้า คนหนึ่งก็แล้วกัน 

ฉะนั้นแล้ว ใจเราจึงจะพบความสุข สงบ ที่แท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

− 1 = 1

Back To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า