อาหารเสริมภู มิต้ านทาน กินทุกวัน ช่วยกระตุ้ นภู มิคุ้ มกัน

อาหารเสริมภู มิต้ านทาน กินทุกวัน ช่วยกระตุ้ นภู มิคุ้ มกัน

ชีวิตต้องสู้ทั้งฝุ่ น ทั้งไ ว รั ส และในอนาคตก็ไ ม่รู้จะมีเชื้ อโ รคอะไรอีกไหมที่ต้องระวั ง เรียกได้ว่า เราอยู่บนความเสี่ย  งแบบที่อาจจะห ลีกเลี่ ยงความเสี่ย งนี้ได้ยาก แต่ก็ไ ม่ใช่ว่าจะป้องกันหรือดูแลตัวเองไ ม่ได้ซะทีเดียว เพราะหากร่างกายเราแข็งแรง ภู มิคุ้ มกันมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้ อโร คใด ๆ ก็ตาม โอกาสที่จะป่ วย หรือป่ วยห นักจนอัน ต ร ายก็จะลดน้อยลงไปด้วย 

1 ชาเขียว

ชาเขียวมีส ารสำคัญที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมภู มิคุ้ มกันในร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ควรดื่มชาเขียวร้อน ที่ไ ม่ผสมน้ำตาล หรือมีน้ำตาลในปริมาณน้อยที่สุด อย่างน้อยวันละ 2 แก้ว จะช่วยกระตุ้ นการทำงานของภู มิคุ้ มกั นในร่างกายได้

2 ขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย โดยหนึ่งในนั้นก็มีประโยชน์ในการกระตุ้ นภู มิคุ้ มกัน อีกทั้งสา รจิงเกอร์รอลในขิงยังมีสรรพคุณลดโอกาสติดเชื้ อต่าง ๆ ของร่างกายได้ โดยเฉพาะโอกาสติดเชื้ อในระบบทางเดินหายใ จ ดังนั้น ใครไ ม่อยากเป็นห วัดบ่อย ๆ ก็กินขิงต้า นห วัดได้นะ

3 ขมิ้น

สมุนไพรที่รู้จักกันดีอย่างขมิ้นก็มีสรรพคุณในการฆ่ าเชื้ อแบ คทีเ รีย เ ชื้อร า และลดการอั กเ สบในร่างกาย นอกจากนี้ขมิ้นยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และเกลือแร่ต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นสา รสำคัญที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงานของระบบภู มิคุ้ ม กั น ในร่างกาย

4 ตะไคร้

สายสมุนไพรต้องถูกใ จสิ่งนี้แน่ เพราะตะไคร้มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน จะเอาไปคั้นน้ำหรือนำมาประกอบอาหารก็อร่อยไปหมด ส่วนในด้านสรรพคุณของตะไคร้ก็เจ๋งไ ม่เบา ทั้งช่วยเสริมภู มิคุ้ มกัน ช่วยผ่อนคลายระบบประส าทและกล้ ามเนื้ อด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ หรือจะไ ล่ไ ข้ห วัดก็ได้ เพราะตะไคร้เป็นสมุนไพรฤ ทธิ์ร้ อน

5 กระเทียม

กระเทียมมีสา รอัลลิซินและซัลไฟด์ ซึ่งเป็นสา รต้า นอนุมู ลอิสระชนิดหนึ่ง ที่มีสรรพคุณเสริมความแ ข็งแ รงของภู มิคุ้ มกัน นอกจากนี้ในตำรับย าสมุนไพรไทยยังบอกไว้ว่า กระเทียมมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการหวั ด เนื่องจากน้ำมั นหอมระเหยในกระเทียมมีฤท ธิ์ต้า นเชื้ อแบ คทีเ รีย เชื้ อรา และเชื้ อไ วรั ส อีกทั้งกระเทียมยังเป็นสมุนไพรรสเผ็ ดร้อ น ช่วยขยายทางเดินหายใ จ ทำให้หายใ จ สะดวกขึ้นอีกด้วย

6 พริก

เต็มไปด้วยส ารสำคัญที่ชื่อว่า แคปไซซิน สารตัวนี้มีสรรพคุณเสริมภู มิคุ้ มกันในร่างกาย ช่วยฆ่ าเชื้ อแ บคทีเ รีย ไ วรั ส ทั้งยังช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลื อดขาว นอกจากนี้ในพริกยังอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี บวกกับเบต้าแคโรทีนที่จะช่วยเสริมทัพให้ภู มิคุ้ ม กันในร่างกายได้อีกทาง

7 ต้นอ่อนทานตะวัน

ในศา สตร์ของแพ ทย์แผนอายุรเวทโบราณนั้น ต้นอ่อนทานตะวันสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้ อในระบบทางเดินหายใ­ จ นอกจากนี้ในต้นอ่อนทานตะวันยังมีสา รต้า นอนุมู ลอิสระที่ช่วยเสริมความแข็ งแ รงให้ภู มิคุ้ มกัน มีวิตามินบี 1 บี 6 วิตามินอี วิตามินซี และเซเลเนียม ส ารอาหารที่ดีต่อสุขภาพอยู่ด้วย

8 เห็ดหอม

ความเด็ดของเห็ดหอมไ ม่ได้อยู่ที่รสชาติเท่านั้น แต่ในเห็ดหอมยังมีเบต้ากลูแคน ที่จะทำหน้าที่ไปจับกับผนั งเซ ลล์เ ม็ดเลื อดขาว เพื่มความสามารถในการเคลื่อนตัวไปดั กจั บเ ชื้อโร คแป ลกปล อมในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

9 เห็ดชนิดต่าง ๆ

ใครไ ม่ชอบกินเห็ดหอมก็อย่ าเพิ่งท้อใ จไป เพราะในเห็ดแทบทุกชนิดก็มีสรรพคุณช่วยกระตุ้ นการทำงานของระบบภู มิคุ้ มกั นได้ เนื่องจากในเห็ดชนิดต่าง ๆ มีส ารสำคัญมากมาย โดยเฉพาะโพลิแซคาไรด์ สา รที่ช่วยกระตุ้  นการทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ดี และเห็ดชนิดอื่น ๆ ก็มีสา รเบต้ากลูแคนอยู่ด้วยเหมือนกัน

10 โยเกิร์ต และน มเปรี้ยว

ในโยเกิร์ตและน มเปรี้ยวจะมีจุ ลิ น ท รี ย์และแ บ ค ทีเ รียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยยั บยั้ งการเกิดจุ ลิ น ทรี ย์ไ ม่ดีในระบบย่ อยอาหาร เช่น แบ คทีเรี ยบางชนิด ร า หรือยีส ต์ นอกจากนี้จุลิ นท รีย์ชนิดดีในโยเกิร์ตและน มเปรี้ยวยังมีส่วนกระตุ้ นการสร้างเม็ดเลื อดขาวและแอนติบอดี้ เป็นอาวุ ธให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้ อโ รคได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

11 บลูเบอร์รี

ในบลูเบอร์รีมีสา รต้า นอนุมู ลอิสระที่สำคัญนั่นก็คือ แอนโธไซยานิน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยกระตุ้ นภู มิคุ้ มกัน และการศึกษาเมื่อปี 2016 ยังพบว่า สา รฟลาโวนอยด์ในบลูเบอร์รีมีส่วนสำคัญในการป้องกันโ รคในระบบทางเดินหายใ จ โดยจากการวิจั ยก็พบว่า คนที่กินอาหารที่มีสา รฟลาโวนอยด์จะมีอัตราการเกิด โร คในระบบทางเดินหายใ จ เช่น เป็นหวัด น้อยกว่าคนที่ไ ม่กิน

12 มะละกอ

มะละกอสุกเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เบต้าแคโรทีน ที่ล้วนแต่เป็นสา รสำคัญในกระบวนการสร้างเซ ลล์เม็ ดเลื อดขาว และเมื่อเม็ดเลื อดขาวในร่างกายเรามีความพร้อม เวลาเจอเชื้ อโ รคแปล กปล อมเข้ามาก็จะมีความสามารถในการสกั ดกั้ นเชื้ อโ รคได้ง่ายขึ้น ทำให้อัตราการป่ว ยลดน้อยลง หรือหากป่ วยแล้วก็จะมีอาการไ ม่ห นักหนามาก

13 กีวี

ผลไม้อย่างกีวีอุดมไปด้วยสา รอาหารที่สำคัญหลายตัว ทั้งวิตามินซี วิตามินเค โฟเลต โพแทสเซียม ไฟเบอร์ และส ารอาหารสำคัญเหล่านี้แหละที่มีส่วนในการสร้างเซ ลล์เม็ดเลื อดขาว ช่วยให้ประสิทธิภาพของระบบภู มิคุ้ มกันในร่างกายเจ๋งไปกว่าที่เป็นอยู่

14 ผลไม้ตระกูลซิตรัส

ผลไม้ตระกูลซิตรัสอย่างส้ม มะนาว เลมอน ส้มโอ หรือเกรปฟรุต เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง และสองส ารอาหารที่ผลไม้ตระกูลซิตรัสมี ก็เป็นสา รอาหารที่ช่วยป้องกันการเกิดโ รคในระบบทางเดินหายใ จ และมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างเม็ดเลือ ดขาว ผนึกกำลังกันเสริมความแข็ งแก ร่งให้ระบบภู มิคุ้ มกันได้ไ ม่ยาก

15 เมล็ดทานตะวัน

ของกินเล่นเพลิน ๆ แถมมีประโยชน์อนันต์อย่างเมล็ดทานตะวันเป็นอาหารที่มีวิตามินอีสูง ซึ่งวิตามินอีก็มีส่วนเพิ่มการสร้างเซล ล์ต่าง ๆ ในระบบภู มิคุ้ มกัน และในเมล็ดทานตะวันยังมีสา รต้ านอ นุมู ลอิสระ คอยป้องกันเซ ลล์ในร่างกายถูกทำลา ยด้วยอนุมู ลอิส ระต่าง ๆ อีกด้วย

16 อัลมอนด์

อีกหนึ่งเมล็ดธัญพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ส ารอาหารสำคัญในการสร้างเซล ล์ภู มิคุ้ มกั นในร่างกาย และยังมีแมกนีเซียม แมงกานีส และไฟเบอร์อยู่ในตัวเองอีกต่างหาก ที่สำคัญคืออร่อย กินเพลินสุด ๆ

17 ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์

ถ้าพูดถึงเบต้ากลูแคน สา รอาหารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภู มิคุ้ มกั น ในข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์ก็มีสา รสำคัญตัวนี้ ยืนยันจากการศึกษาของประเทศนอร์เวย์ก็ยังพบว่า ผู้ที่กินข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เลย์ จะช่วยให้บา ดแ ผลที่เป็นอยู่หายเร็วขึ้น และทำให้ระบบภู มิคุ้ มกั นในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

18 อาหารที่มีกร ดโอเมก้า 3

โอเมก้า 3 เป็นกร ดไ ขมั นที่พบได้มากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล นอกจากนี้ยังจะพบโอเมก้า 3 ได้ในธัญพืชบางชนิด เช่น ถั่ววอลนัท ถั่วแระ เมล็ดปอ หรือในพืชผักใบเขียวก็มีโอเมก้า 3 เช่นกัน และโอเมก้า 3 นี่แหละค่ะที่จะช่วยกระตุ้ นภู มิคุ้ มกันในร่างกายเราได้ เพราะเป็นก รดไ ข มั นจำเป็นในการสร้างเม็ ดเ ลือดขาว และเป็นสา รสำคัญในกระบวนการทำงานของระบบภู มิต้า นทานในร่างกาย

19 อาหารที่มีวิตามินเอสูง

วิตามินเอเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างเม็ดเลื อดขาว ทั้งยังช่วยเพิ่มความแข็  งแรงของเม็ ดเลื อดขาวได้อีกด้วย โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอก็จะมี ตั บปลา แครอต ผักโขม มะเขือเทศ เสาวรส บรอกโคลี ฟักข้าว เป็นต้น

นอกจากอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันแล้ว เราก็ควรช่วยกระตุ้ นภู มิคุ้ มกันด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่ วโมง ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณ ฑ์ปกติ ออกกำลังกายมากกว่า 30 นาทีต่อวัน หลี กเลี่ ยงการดื่มแ อ ล ก อ ฮ อล์เกินวันละ 2 แก้ว งดสู บ บุ ห รี่ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือให้ติดเป็นนิสัย และสุดท้ายควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่ าให้ขาด

20 อาหารที่มีสา รต้ านอนุมูลอิสระสูง

นายแพท ย์โคอิชิโร ฟุจิตะ (Koichiro Fujita) ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันการติดเชื้ อจากประเทศญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า อนุมู ลอิสระเป็นตัวการบั่ นทอ นเซ ลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายเราอ่อ นแ อ เสี่ย งต่อการเกิดโร คต่าง ๆ ได้ง่าย ดังนั้นเราจึงควรกินอาหารที่มีสา รต้า นอนุมู ลอิสระสูง โดยเฉพาะส ารต้ านอนุมู ลอิสระในกลุ่มพฤกษเ คมี  เช่น สา รโพลีฟีนอล ที่พบได้มากในกะหล่ำปลีม่วง ผักกะเฉด ยอดมะม่วงหิมพานต์ ใบมั นปู และใบส้มแป้น นอกจากนี้ก็ควรกินอาหารที่มีส ารแคโรทีนอยด์สูง เช่น พริกหวานสีแดง แครอต ผักชีล้อม ตำลึง ฟักทอง หรืออาหารที่มีสา รประกอบซัลเฟอร์ ซึ่งพบได้ในพืชที่มีกลิ่นแร ง เช่น หัวหอม หัวผักกาด เป็นต้น

ที่มา Thai PBS, ชีวจิต, โรงพย าบาลสมิติเวช, โรงพย าบาลสงขลานครินทร์, โรงพย าบาลศิริราช, medicalnewstoday, healthline

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

67 + = 75

Back To Top