กระเจี๊ยบเขียว ผักพื้นบ้านไทยๆ กับคุณประโยชน์ที่มากมาย

กระเจี๊ยบเขียว หรือกระเจี๊ยบมอญ เป็นผักที่ขึ้นชื่อในสรรพคุณด้านการเป็นย าร ะบาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้อ งผู กบ่อยๆ ที่เป็นต้นเห ตุของโร คร้า ยแร งอื่นๆ เช่น ลำไ ส้อักเ สบ หรือริ ดสีด วงท วาร วันนี้เราจะมาทำความรู้จักผักที่มากไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพชนิดนี้กันให้มากขึ้น

คุณค่าทางสา รอาหารของกระเจี๊ยบเขียว

นอกจากจะมีไฟเบอร์หรือกากใยอาหารสูง กระเจี๊ยบเขียวยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่สำคัญอย่างกร ดโฟลิก โพแทสเซียม แคลเซียม วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินแร่ธา ตุอื่นๆ อีกมากมาย

ด้วยแคลอรี่ที่ต่ำและกากใยที่สูง ยังทำให้กระเจี๊ยบเป็นหนึ่งในพืชผักที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยโร คเบ าห วาน เพราะจะช่วยในเรื่องการควบคุมระดับน้ำตา ลในเลือ ด รวมไปถึงผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพรระบุว่า กระเจี๊ยบเขียวสามารถช่วยลดเส ม หะ บรรเทาอาการไอ และรักษ าแผ ลในกระเ พาะอาหารได้ด้วย

ทำไมกินกระเจี๊ยบเขียวแล้วถ่ายคล่อง?

อาจเป็นเพราะเ มื อ ก ลื่ น ของกระเจี๊ยบเขียว ที่ช่วยให้ถ่ายคล่องขึ้น เพราะมีใยอาหารชนิดที่ไ ม่ละลายน้ำ เมื่อรับประทานเข้าไปจะไ ม่ถูกย่อ ย แต่จะเดินทางไปจนถึงลำไ ส้ใหญ่ แล้วปนกับอุ จ จ า ระ จึงทำให้อุ จ จ าร ะอ่อนนุ่มขึ้น และสามารถถ่ายออกมาได้ง่ายกว่าปกติ

กระเจี๊ยบช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

กากใยที่มีมากในกระเจี๊ยบเขียวช่วยให้ระบบย่อ ยอาหารทำงานได้ดี แถมยังกินแล้วอิ่มนาน จึงช่วยล ดความอยากอาหารลงได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจั ยในสัต ว์ท ดล องที่พบว่า กระเจี๊ยบเขียวมีคุณสมบัติช่วยล ดระดับคอเลสเตอรอลได้ ด้วยเห ตุนี้การรับประทานกระเจี๊ยบเขียวจึงมีส่วนช่วยลดความอ้วน เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควบคุมคอเลสเตอรอล รวมไปถึงผู้ป่ว ยโร คเบ าห วานที่ต้องระวั งความเสี่ ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างโร คอ้ว น

สรรพคุณด้านอื่นๆ ของกระเจี๊ยบเขียว

นอกจากสรรพคุณในเรื่องการระบาย ช่วยบรรเทาอาการท้อ งผู ก และการควบคุมน้ำหนักแล้ว กระเจี๊ยบยังมีสรรพคุณดีๆ อีกมากมาย ได้แก่

ควบคุมน้ำตาลในเลือด

เนื่องจากในฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มาก จึงช่วยรักษาระดับการดู ดซึ มน้ำตาลจากลำไ ส้ใหญ่ให้คงที่ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโร คเบ าห วานอย่างยิ่ง

ช่วยลดไขมั นและคอเลสเตอรอล

ด้วยเส้นใยของกระเจี๊ยบที่ช่วยกำจั ดไขมั นปริมาณสูงกับน้ำดี จึงมีส่วนช่วยลดไขมั นและคอเลสเตอรอลได้

ช่วยกำจั ดสา รพิ ษออกจากร่างกาย

เพราะเส้นใยของกระเจี๊ยบและเมือ กในฝักจะช่วยจับส ารพิ ษกับน้ำดีในลำไ ส้ และขับออกมาทางอุจ จ าระ ทำให้ไ ม่เหลือสา รพิ ษตกค้างอยู่ในลำไ ส้

ช่วยรักษ าโ รค กระเพ าะอาหาร

หากรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำ สา รไกลโคไซเลทของกระเจี๊ยบ จะช่วยเคลือบกระเพ าะอาหาร ลดความสามารถในการเกาะเยื่ อบุผิวกระเพ าะอาหารของแบ คทีเรี ยที่ชื่อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไล ซึ่งเป็นสาเห ตุสำคัญในการเกิดแผ ลในกระเพ าะอาหาร และนำมาสู่มะเร็ งกระเ พาะอาหาร

ช่วยต้ านเครีย ด

มีผลการวิจั ยพบว่า สารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบเขียวมีสา รต้า นอนุมู ลอิสระที่ช่วยต้า นการเกิดความเครี ยด ช่วยให้สภาพจิตใ จแจ่มใสยิ่งขึ้น

ช่วยเพิ่มความอดทนในการออกกำลังกาย

โดยการรับประทานกระเจี๊ยบเขียวเป็นประจำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเห นื่อยล้ าจากการออกกำลังกายได้

ช่วยป้องกันโร คกระดู กพรุน

เนื่องจากมีวิตามินเคสูง วิตามินชนิดนี้จะช่วยให้กระดู กดู ดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น การรับประทานกระเจี๊ยบเขียวจึงส่งผลดีต่อสุขภาพกระดู กนั่นเอง และใบกระเจี๊ยบสามารถช่วยแก้โร คปา กนกกระจอก และช่วยในการขับเห งื่อได้

วิธีเลือกและวิธีรับประทานกระเจี๊ยบเขียว

เลือกฝักที่ตรงและเนื้ อแข็ ง ไ ม่ช้ำ ไ ม่เหี่ ยว หากปลายฝักเริ่มเป็นสีดำ ควรรีบนำมาปรุงอาหารก่อนจะเ น่าเ สีย

กระเจี๊ยบสดจะอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน โดยควรห่อด้วยกระดาษหรือถุงพลาสติก แล้วใส่ไว้ในช่องแช่ผักของตู้เย็น แต่หากต้องการเก็บไว้นาน ให้นำไปต้มก่อนนำมาแช่ในช่องแช่แ ข็ง

ควรล้างกระเจี๊ยบเขียวเมื่อต้องการนำมาทำอาหารในทันทีเท่านั้น

เมือกของกระเจี๊ยบเขียวที่ออกมาหลังจากนำไปปรุงอาหารนั้นไ ม่เป็นอันต ราย และมีสรรพคุณช่วยย่อ ยอาหารได้ดี แต่หากไ ม่ชอบให้มีเมือ กหรือนิ่มเกินไป ควรต้มด้วยไ ฟแร งและใช้เวลาไ ม่นาน

สามารถรับประทานแบบสดๆ ได้ทั้งฝัก รวมถึงเมล็ดที่อยู่ภายในด้วย นอกจากนี้ยังนำเมล็ดกระเจี๊ยบเขียวมาคั่วและบดเพื่อใช้ชงแทนเมล็ดกาแฟได้ แถมยังไ ม่มีคาเฟอีนอีกด้วย

กระเจี๊ยบเขียวต้ม ลวก หรือรับประทานกับน้ำพริกแบบสดๆ ก็อร่อย หรือจะนำไปต้มและชุบแป้งทอดเพิ่มความกรอบมันก็อร่อยไ ม่แ พ้กัน แต่ต้องระวั งอย่ ารับประทานมาก เนื่องจากมีน้ำมั น นอกจากนี้บางคนก็นำไปปิ้ งย่ างบนเตาให้พอสุก จิ้มน้ำจิ้ม หรือรับประทานแกล้มกับเนื้อสั ตว์ 

ข้อควรระวังในการรับประทานกระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียวนั้นกินดี มีประโยชน์ แต่ผู้ที่มีปั ญหาสุขภาพบางอย่างดังต่อไปนี้ ควรระมั ดระวั งอย่างยิ่งไ ม่ให้รับประทานมากเกินไป

คนที่มีปัญหาเกี่ยวลำไ ส้หรือระบบทางเดินอาหาร ควรรับประทานแต่พอดี เพราะกระเจี๊ยบเขียวมีคาร์โบไฮเดรตชนิดที่ทำให้เกิดแ ก๊สในกระเ พาะอาหาร ปว ดบีบท้อ ง ท้องอื ด หรือท้องเสี ยได้

กระเจี๊ยบเขียวมีออกซาเลตสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ย งทำให้เกิดนิ่ วในไ ตที่เกิดจากแคลเซียมออกซาเลตได้

คนที่กำลังใช้ ย า ต้ านการแ ข็งตัวของเลือ ดไ ม่ควรรับประทานกระเจี๊ยบเขียวมากเกินไป เพราะผักชนิดนี้มีวิตามินเคที่ช่วยต้านการเกิดลิ่ มเลื อด
ผู้ป่ว ยเบ าหวานที่ต้องการใช้กระเจี๊ยบเขียวช่วยลดระดับน้ำตาลในเลื อด ควรปรึกษาแ พทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะอาจทำป ฏิ กิ ริ ย ากับ ย ารักษาโร คเบ า ห วานที่ใช้อยู่ได้

เครดิต honestdocs

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไ ม่สามารถแทนการแนะนำของแ พ ทย์ การวินิจฉัยโร ค หรือการรักษ าได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

1 × = 1

Back To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า