อาการเมื่อติดโควิ ดสายพัน ธุ์โอมิครอน

อาการเมื่อติดโควิ ดสายพัน ธุ์โอมิครอน

จากการตรวจพบไวรั สโ คโ รนาสายพั นธุ์ใหม่ 2019 แบบกลายพั นธุ์ชนิดโอมิครอน ที่ทำให้หลายประเทศทั่วโลกเริ่มแตกตื่นและระมั ดระวั งตัวเองมากขึ้น ดังจะเห็นจากการที่หลายๆ ประเทศเริ่มปิดรับนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ย งพบผู้ติดเ ชื้อ เนื่องด้วยโควิ ดสายพั นธุ์ล่าสุดนี้ เริ่มเป็นที่ทราบกันว่าสามารถต่อต้ านวัคซีนได้

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ ให้เ ชื้ อไวรั สโคโ รน ากลายพัน ธุ์ตัวล่าสุด B.1.1.529 ถือเป็น “สายพั นธุ์น่าวิตกกังวล” (VOC) ใช้ชื่อเรียกจากภาษากรีกว่า “โอมิครอน” (Omicron) โดยเป็นเชื้อไวรั สตัวที่ 5 ในกลุ่ม ต่อจาก อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา

อาการเมื่อติดโควิ ดสายพัน ธุ์ “โอมิครอน”

แพทย์หญิง แองเจลีก คูตเซีย ประธานสมาคมแพทย์แอฟริกาใต้ ที่ตรวจพบไวรั สโคโรนาสายพัน ธุ์ใหม่ แบบกลายพัน ธุ์ชนิดโอมิครอน เผยกับสำนักข่าว เดอะ เทเลกราฟ จากสหราชอาณาจักร ว่า อาการของผู้ติดเ ชื้อแบบกลายพัน ธุ์ชนิดนี้แปลกแต่ไม่รุนแ รงนัก โดยสังเกตอาการที่แ ตกต่างไปจากเดิม คือ

-ไม่พบว่าเสียการรับรสหรือกลิ่น

-ปว ดเมื่อยกล้ามเ นื้อ

-อ่อนเพลีย

-ครั่นเนื้ อครั่นตัว

โควิ ดสายพั นธุ์ “โอมิครอน” อันตร ายอย่างไร

นักวิทย าศาสตร์ด้านพันธุกร รมเผยว่า ไวรั สชนิดนี้มีการกลายพั นธุ์มากกว่า 32 ครั้งในหนามโปรตี นสำคัญ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรั สวิทย าคลินิก ภาควิชากุม ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทย าลัย ระบุว่า “จากการดูพันธุกร รมไวรั สนี้ พัฒนาเพิ่มขึ้นจากสายพั นธุ์เดลตาที่แ พร่กระจายง่ายอยู่แล้ว อย่างน้อยการแ พร่กระจายของโ รค ก็ไม่น่าจะน้อยกว่าสายพั นธุ์เดลตา” ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าสายพัน ธุ์โอมิครอนจะแ พร่กระจายได้ง่ายเท่ากับหรือมากกว่าสายพั นธุ์เดลต้า

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในขณะนี้ ผู้ป่ว ยติดเ ชื้อโควิ ด สายพั นธุ์โอมิครอน ส่วนใหญ่ยังมีอาการไม่รุนแ รง “สำหรับไวรั สตัวนี้ยังใหม่เกินไปที่จะบอกว่าอาการของโร คลดน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น จะต้องดูจำนวนผู้ป่ วยที่ต้องเข้าโรงพย าบาล ผลการรักษา อัตราการเ สียชีวิตระยะเวลาที่นอนโรงพย าบาล เปรียบเทียบกับสายพั นธุ์เดิมที่มีอยู่ เช่น สายพั นธุ์เดลตา”

นอกจากนี้ แพทย์หญิง แองเจลีกยังลงความเห็นว่า ผู้ป่ว ยที่พบส่วนใหญ่มีร่างกายแข็ งแร ง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มผู้ป่ว ยที่ร่างกายอ่อนแอ หรือมีโร คประจำตัวอย่างโร คเบาหว าน โร คหัวใ จ รวมถึงผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

ต่อให้ต้ านทานวัคซีนได้ แต่ฉี ดวัคซีนก็ยังดีกว่าไม่ได้ฉี ดเลย

สำหรับการหลบหลีกการทำงานของวัคซีนในสายพั นธุ์นี้ หมอยงระบุว่า “คงต้องรอการศึกษา รวมทั้งประสิทธิภาพของ monoclonal antibodies ที่วางจำหน่ายแล้ว และย าที่วางแผนในการรักษา”

อย่างไรก็ตาม “สายพั นธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นถ้าหลบหลีกภูมิต้ านทาน ก็จะทำให้ลดประสิทธิภาพของวัคซีนลง แต่ไม่ใช่ว่าวัคซีนจะไม่ได้ประสิทธิภาพเลย เช่น วัคซีนเคยได้ประสิทธิภาพ 90% สายพั นธุ์ใหม่อาจจะลดลงมาเหลือ 70-80 เปอร์เซ็นต์

“ดังนั้นการฉี ดวัคซีนก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ได้มากที่สุด และทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการป่ วยและเสี ยชีวิต เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า ไวรั สนี้ไม่หมดไปอย่างแน่นอนถ้าทุกคนมีภูมิต้ านทาน ถึงแม้จะเป็นบางส่วนก็จะลดความรุนแร งของโร คลง ลดการป่ วยที่ต้องเข้าโรงพย าบาลและการเสี ยชีวิต จะทำให้มองดูว่าการติดเชื้ อนี้เหมือนกับโร คทางเดินหายใจทั่วไป”

ชุดตรวจ PCR ในไทย ยังสามารถตรวจจับสายพัน ธุ์ “โอมิครอน” ได้หรือไม่

ข้อมูลจากศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ. รามาธิบดี ระบุว่า ชุดตรวจ PCR ที่ใช้ตรวจไวรั สโคโรนา 2019 ได้ดี ยังสามารถตรวจจับสายพั นธุ์โอมิครอน (B.1.1.529) ได้ แต่ต้องระมั ดระวั ง

ทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ. รามาธิบดี ได้ดาวน์โหลดรหัสพันธุก รรมทั้งจีโนมของโอมิครอน ทั้ง 125 ตัวอย่าง ที่ทางนักวิทย าศาสตร์แอฟริกาได้อัปโหลดรหัสพันธุกรร มทั้งจีโนม (whole genome sequence) ของไว รั สโ คโ รนา 2019 ขึ้นบน GISAID ฐานข้อมูลโควิ ดโลก เอ าไว้ มาทดสอบด้วยวิธีชีวส ารสนเทศกับตัวตรวจตามของชุดตรวจ PCR ที่ทาง WHO ให้การรับรอง โดยอาศัยโปรแกรมที่ชื่อว่า Nextclade

ปรากฏว่าจากการวิเค ราะห์ผลบนคอมพิวเตอร์ (ซึ่งต้องยืนยันผลกับตัวอย่างเชื้ อไวรั สในห้องปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่ง) พบว่าทั้ง 125 ตัวอย่างมีแนวโน้มว่าอาจเกิดปัญหากับชุดตรวจ PCR “บางยี่ห้อ” ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่ WHO ให้รายชื่อไว้ คืออาจให้ผลบวกน้อยทั้งที่มีเ ชื้อจำนวนมาก หรือเกิดผลลบปลอม (false negative) ได้ในบางยีน โดยอาศัยการตรวจสอบรหัสพันธุกร รมของตัวตรวจตาม (PCR primer) กับส่วนจีโนมของสายพั นธุ์โอมิครอนที่กลายพัน ธุ์ไปว่ายังตรวจจั บกันได้หรือไม่ หรือตรวจจั บไม่ได้เลยเนื่องจากไวรั สมีการกลายพั นธุ์ไปมาก

อย่างไรก็ตามชุดตรวจ PCR ส่วนใหญ่จะตรวจยีน 2-3 ยีนพร้อมกัน การตรวจไม่พบหรือการ “dropout” บางยีน อาจไม่ส่งผลกระทบมากนักเพราะจะมีผลบวกจากยีนตำแหน่งอื่นคอยยืนยัน

ดังนั้นศูนย์รับตรวจโควิ ด-PCR คงต้องระมั ดระวั งเลือกใช้ชุดตรวจ PCR ที่ผ่านการทดสอบว่าไม่มีปัญหาในการตรวจจับสายพั นธุ์โอมิครอน

อย่างไรก็ตาม ทุกคนลงความเห็นว่า การป้องกันจากโค วิ ด สายพัน ธุ์โอมิครอน รวมถึงสายพัน ธุ์อื่นๆ ก่อนหน้านี้ที่ดีที่สุด ยังคงเป็นการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลักเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัด รักษาระยะห่าง รับประทานอาหาร 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างคุมกันให้กับร่างกายอยู่ตลอดเวลา

ขอขอบคุณข้อมูล :WHO,Reuters,เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan,เฟซบุีกเพจ Center for Medical Genomics

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

9 × = 72

Back To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า